Author: PULO

“SEPADU TONGGAK KEKUATAN”

Pada 22 Januari 2018 genaplah 50 tahun Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu yang dikenali seluruh antero dunia dengan panggilan (PULO), ia telah ditubuhkan di Padang Arafat, Makkah al-Mukarramah pada 22 Januri 1968, ia bergerak aktif di bumi Patani dan di luar Patani sebagai satu pertubuhan yang memperjuangkan nasib orang Melayu Patani dan menuntut pembebasan bumi Patani dari belenggu penjajah Siam; tuntutan kemerdekaan dan pembebasan dari belenggu penjajahan itu tidak pernah luntur dan tidak pernah terhakis dari dasar perjuangan PULO dari dulu hingga sekarang, tetapi pada tahap tahap tertentu atau kadang kadang kedengaran tuntutan tuntutan seperti itu diutarakan dengan nada yang...

Read More

Selamat tahun baru Hijrah 1439H

Selamat tahun baru Hijrah 1439H kepada semua ahli Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu (PULO), semua pejuang pembebasan Patani dan semua rakyat Patani. Sempena hari yang mulia ini juga, Majlis Kepimpinan Pertubuhan telah berjaya menyelesaikan proses pembentukan Majlis Tertnggi PULO yang baru 2017-2021 diterajui oleh saudara Kasturi Mahkota, ia berikutan dari proses pilihan raya umum yang telah selesai dijalankan dengan jayanya....

Read More

Happy New year 1439 Hijrah

Happy New year 1439 Hijrah to all members of the Patani United Liberation Organizations (PULO), all Patani liberation fighters and all Patani people. In conjunction with this glorious day, the Organization Leadership Council has successfully completed the process of forming the new PULO Supreme Council for 2017-2021 led by brother Kasturi Mahkota. This formation came after the successful completion of the general election process....

Read More

“พูโล” อ้างส่งคนเข้าร่วมประชุมโอไอซี – คณะพูดคุยฯนัดถก “มาราฯ” สิ้นเดือน

ในขณะที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไทย ประเมินว่าผลประชุมสุดยอดประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นบวกกับไทย เพราะในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีการระบุถึงกลุ่ม “มารา ปาตานี” ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่กำลังร่วมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐบาลไทย จึงไม่ถือเป็นการยกสถานะของกลุ่มมารา ปาตานี ตามที่ฝ่ายไทยกังวลนั้น ปรากฏว่าอีกด้านหนึ่ง ในเว็บไซต์ พูโลอินโฟ ดอทเน็ต (puloinfo.net) ซึ่งเป็นเว็บไวต์ของกลุ่มพูโล 1 ใน 3 กลุ่มภายใต้การนำของ นายกัสตูรี มะห์โกตา ได้นำเสนอรายงานเป็นภาษามาเลย์ อ้างว่า ดร.อารีฟ มุคตาร์ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของกลุ่มพูโล ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมโอไอซี ครั้งที่ 13 ที่นครอิสตันบูลด้วย บทความชิ้นนี้อ้างว่า ระหว่างการร่วมประชุมโอไอซี ดร.อารีฟ ได้เสนอรายงานพิเศษจากกลุ่มพูโลต่อที่ประชุม เพื่ออธิบายถึงพัฒนาการเกี่ยวกับการต่อสู้ของประชาชนมลายูปาตานี และพัฒนาการของกระบวนการแก้ไขปัญหาปาตานี ระหว่างกลุ่มเคลื่อนไหวปาตานี ภายใต้ชื่อกลุ่ม “มารา ปาตานี” กับรัฐบาลไทย โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก พร้อมแสดงความหวังว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างเกี่ยวกับการต่อสู้ของประชาชนปาตานีเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากบทความชิ้นนี้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของพูโล ฝ่ายความมั่นคงไทยได้เร่งตรวจสอบว่าบุคคลตามที่กลุ่มพูโลอ้างในบทความ ได้เข้าร่วมประชุมโอไอซี และมีการนำเสนอประเด็นการเคลื่อนไหวของมารา ปาตานี จริงหรือไม่ สำหรับเว็บไซต์พูโลอินโฟ ดอทเน็ต ขณะนี้ถูกปิดกั้นโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที จึงไม่สามารถเปิดรับชมได้อย่างสะดวกจากประเทศไทย ส่วนการนัดพูดคุยร่วมกันอย่างเป็นทางการระหว่างกลุ่มมารา ปาตานี กับคณะพูดคุยฝ่ายรัฐบาลไทย ที่นำโดย พลเอกอักษรา เกิดผลซึ่งเลื่อนมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนั้น มีรายงานว่าอาจมีการพยายามนัดประชุมกันอีกครั้งราวสิ้นเดือนนี้ ขณะที่คณะทำงานพูดคุยเพื่อสันติสุขของกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นฝ่ายทหาร ได้ประชุมหารือวงปิดกันเมื่อบ่ายวันอังคารที่ 19 เมษายน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการนัดประชุมร่วมกันของคณะพูดคุยฯชุดใหญ่ดังกล่าว...

Read More

4 อำเภอสงขลาป่วนเชิงสัญลักษณ์ เชื่อฝีมือกลุ่มคัดค้านพูดคุยดับไฟใต้

การลอบวางระเบิดแบบมอเตอร์ไซค์บอมบ์ 2 ครั้งซ้อนในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งเป็นรอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ที่ อ.จะนะ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. และที่ อ.เทพา วันที่ 19 เม.ย. โดยก่อความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินไม่น้อย ทำให้สถานการณ์ไฟใต้กลับมาถูกจับจ้องจากฝ่ายต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การ “ขยายพื้นที่ปฏิบัติการ” หรือ “ไฟใต้ลามสงขลา” อย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะ 4 อำเภอรอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ อ.จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ในเขตปกครองของสงขลานั้น เคยเกิดเหตุรุนแรงมาตลอดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสถานการณ์ความไม่สงบเมื่อปี 2547 เพียงแต่ไม่ได้มีความถี่ของเหตุร้ายเหมือนกับพื้นที่สามจังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เท่านั้นเอง นับตั้งแต่ปี 2547 พื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก และปรากฏเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ มาโดยตลอด เหตุสลดที่มีวัยรุ่นและเยาวชนพยายามเข้าโจมตีป้อมจุดตรวจกว่า 10 แห่งทั่วสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2547 หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เหตุการณ์กรือเซะ” ก็มีเหตุร้ายที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ด้วยเช่นกัน เมื่อทีมฟุตบอลเยาวชนในพื้นที่พยายามก่อเหตุรุนแรง และถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตถึง 19 ศพ นั่นจึงสะท้อนว่าพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เป็นแหล่งบ่มเพาะนักรบในสงครามต่อต้านรัฐไทย และเป็นพื้นที่ปฏิบัติการความรุนแรง รวมทั้งหลายๆ ครั้งยังเป็นทางผ่านในการเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดเข้าไปก่อเหตุในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ หัวเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างด้วย แม้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.52 รัฐบาลได้ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา แต่ก็ได้ประกาศเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคง ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ต่อเนื่องมา จึงสรุปได้ว่าพื้นที่นี้ยังคง “ไม่สงบเรียบร้อย” นับเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 59 เป็นต้นมา ก็จะเห็นได้ว่ามีเหตุรุนแรงในระดับน่าตกใจเกิดขึ้นหลายครั้ง 18 ม.ค. คนร้ายลอบวางระเบิด 2 ลูกซ้อน ที่ร้านขวัญข้าวคาราโอเกะ บริเวณหาดสร้อยสวรรค์ หมู่ 7 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย...

Read More