Month: January 2016

“พูโล”อ้างเป็นเจ้าของ”จรวดแสวงเครื่อง” ขู่ถล่มฐานทหาร เตือนชาวบ้านออกห่าง

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าเก็บกู้ “จรวดแสวงเครื่อง” ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดชนิดใหม่ที่พบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บริเวณคูน้ำกลางถนน พื้นที่ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมานั้น จากการตรวจสอบที่ตัวจรวดและหัวจรวดเพิ่มเติม พบสติ๊กเกอร์รูปธงชาติ คล้ายธงของขบวนการพูโล และสติ๊กเกอร์คำว่า NAMPRA ARMY ติดอยู่ที่ตัวจรวด และใต้หัวจรวด ผลการตรวจสอบเชิงลึกโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่า สติ๊กเกอร์ธงชาตินั้น เป็นธงของขบวนการพูโล เอ็มเคพี (PULO MKP) ที่มี นายกัสตูรี่ มาห์โกตาเป็นหัวหน้า โดยกลุ่มนี้แยกตัวออกมาจากกลุ่มพูโลเก่าเมื่อหลายปีก่อน และนายกัสตูรี่ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่ม จากเดิมเป็นโฆษกของกลุ่มพูโลเก่า ส่วนคำว่า NAMPRA ARMY เป็นชื่อกองกำลัง ย่อมาจากคำในภาษามาเลย์ว่า Negara Melayu Patani Raya อาจแปลเป็นไทยได้ว่า กองทัพแห่งชาติมาลายูปาตานี ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อกองกำลังพูโลในอดีต เคยมีชื่อเสียงในระหว่างปี 2519-2533 มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มพูโล เอ็มเคพี ที่สอดรับกับห้วงเวลาการพบจรวดแสวงเครื่อง โดย นายกัสตูรี มาห์โกตา ผู้นำกลุ่ม ออกมายอมรับผ่านเว็บเฟซบุ๊คส่วนตัวทันทีที่มีข่าวพบจรวดแสวงเครื่องที่ปัตตานีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งบอกถึงพัฒนาการของกลุ่มที่อยู่พื้นที่ ขณะที่แถลงการณ์ของกลุ่มพูโล ในโอกาสครบรอบ 48 ปีของการสถาปนาองค์กร วันที่ 22 มกราคม 2559 ก็อ้างว่าพูโลจำเป็นต้องใช้แนวทางที่แข็งกร้าว ไม่ว่าในพื้นที่หรือในระดับนานาชาติเพื่อกดดันรัฐบาลไทย ต่อมาวันที่ 29 มกราคม 2559 พูโลออกแถลงการณ์ทั้งภาษามลายูและภาษาอังกฤษ ผ่านเว็บไซต์ puloinfo.net ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการชั่วคราวของพูโล เอ็มเคพี เพราะเว็บไซต์หลักอยู่ระหว่างการพัฒนา เนื้อหาของแถลงการณ์จั่วหัวเป็นคำเตือนว่า “จงหลีกเลี่ยงสถานการณ์ปั่นป่วน” และว่าสืบเนื่องจากวันที่ 22 มกราคม 2559 กลุ่มพูโลได้เฉลิมฉลองวันครบรอบการสถาปนากลุ่มครบ 48 ปี ด้วยการโจมตีด้วยจรวดต่อค่ายทหารของไทยในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและนราธิวาส โดยกองกำลังแห่งชาติมลายูปาตานี หรือ NAMPRA ARMY จึงขอเตือนให้ประชาชนทั่วไปทั้งมลายูและไทย อยู่ห่างจากค่ายทหารตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพราะพูโลจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเกิดขึ้น ส่วนเว็บเพจ infopatani pulo อ้างว่า จรวดแสวงเครื่องที่พบในปัตตานี เป็นระเบิดที่ผลิตขึ้นเองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส จากความเคลื่อนไหวทั้งหมด ทั้งการพบจรวดแสวงเครื่อง...

Read More

Perutusan sempena memperingati ulang tahun yang ke48 bagi pertubuhan Pulo

Hari ini Jumaat 22 hb. Januari 2016 genaplah sudah 48 tahun perjuangan Patani yang diperjuangkan oleh Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu (PULO) yang telah banyak menyumbang dalam mengubah landskap perjuangan Patani baik dari segi kerjasama dengan gerakan-gerakan pembebasan Patani yang lain ataupun dari segi diplomasi,hubungan dan pengiktirafan antarabangsa. Penglibatan PULO di bawah pimpinan saudara Kasturi Mahkota dalam Majlis Syura Patani yang dikenali sebagai (Mara Patani) pada 15 hb. Mac 2015 lepas telah memberi peluang kepada PULO untuk menyumbang tenaga pemikiran, kebolehannya di arena antarabangsa dan pengalamannya apabila dapat duduk bersama dengan 5 gerakan pembebasan Patani (GPP) yang lain yang diketuai oleh...

Read More

เปิดข้อมูล “มารา ปาตานี” พบโอไอซี ดึงเพิ่มบทบาทพูดคุยดับไฟใต้

กลุ่มมารา ปาตานี องค์กรตัวแทนของผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐบาลไทย ได้เข้าพบเลขาธิการโอไอซีแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างเยือนมาเลเซีย ตามที่ “ทีมข่าวอิศรา” รายงานเอาไว้ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวระดับสูงจากมาเลเซีย เปิดเผยว่า แกนนำมารา ปาตานี ที่ได้เข้าพบ นายอิยาด อามีน มาดานิ (Iyad Ameen Madani) เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ขณะปฏิบัติภารกิจในประเทศมาเลเซีย มี 5 คน คือ นายมะสุกรี ฮารี จากกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายมารา ปาตานี, นายอาบูฮาฟิซ อัลฮากิม หรือ นายแพทย์ กามาลุดดิน ฮานาพี แกนนำกลุ่มบีไอพีพี, นายแพทย์ ซากี อับดุลเลาะห์ จากกลุ่มบีไอพีพี, นายมุคตาร์ มูโน๊ะ หรือ นายแพทย์ อารีฟ มุคตาร์ จากกลุ่มพูโล-เอ็มเคพี (PULO-MKP) ที่มี นายกัสตูรี่ มาห์โกตา เป็นหัวหน้า และ นายอาหามะ บูละ หรือ มะ ชูโว จากกลุ่มบีอาร์เอ็น นอกจากแกนนำมารา ปาตานี แล้ว ยังมีผู้แทนภาคประชาสังคมจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 5 คนร่วมคณะเข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย ตามการประสานงานของมารา ปาตานี โดยผู้แทนภาคประชาสังคม มีทั้งตัวแทนองค์กรที่มีบทบาทสูงในพื้นที่และมีสื่ออยู่ในมือ กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ปัตตานี และเจ้าของโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ ทั้งแกนนำมารา ปาตานี และตัวแทนภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันบรรยายสภาพปัญหา, ความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ และบทบาทของภาคประชาสังคม โดยมีเอกสารประกอบการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมข้อเสนอแนะ 2 ข้อ คือ 1.โอไอซี ควรสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านทางมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยฯ ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งจากรัฐบาลไทยและกลุ่มมารา ปาตานี กับ 2.โอไอซี ควรเพิ่มบทบาทในการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพในมิติที่นอกเหนือไปจากกระบวนการพูดคุย หรือบนโต๊ะเจรจา โดยให้มุ่งทำงานทางวิชาการร่วมกับภาคประชาสังคมในพื้นที่ มีรายงานยืนยันจากแหล่งข่าวในมาเลเซียว่า เลขาธิการโอไอซี แสดงท่าทีสนใจเรื่องกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดแผนเสนอตัวเป็น “ผู้สังเกตการณ์โอไอซี” แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ นายอาบูฮาฟิซ หรือ นายแพทย์กามาลุดดิน แกนนำกลุ่มบีไอพีพี หนึ่งในคณะพูดคุยฯฝ่ายมารา ปาตานี เปิดเผยว่า บุคคลที่ทางกลุ่ม มารา ปาตานี ให้ความสำคัญในคณะเลขาธิการโอไอซี คือ นาย Sayed Kassem El Masry ผู้อำนวยการกองกิจการชนกลุ่มน้อยมุสลิม ในสำนักเลขาธิการโอไอซี ซึ่งเป็นผู้ดูแลประเด็นปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเคยเดินทางเยือนประเทศไทยในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วย โดยฝ่ายมารา ปาตานี เชื่อว่าจะสามารถใช้บุคคลผู้นี้เป็นตัวเชื่อมต่อเพื่อขอสถานะผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีได้ แหล่งข่าวยืนยันว่า มาเลเซียเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ มารา ปาตานี ในเรื่องนี้ และมั่นใจว่ามาเลเซียจะทำได้สำเร็จ เพราะเคยทำให้กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ซึ่งต่อสู้แยกดินแดนทางตอนใต้จากฟิลิปปินส์ เป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซี มาแล้ว กลุ่มมารา ปาตานี จึงตั้งเป้าหมายว่าในปี 2560 จะเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีให้ได้ มีรายงานว่า หลังจากพบปะกับเลขาธิการโอไอซี กลุ่มมารา ปาตานี จะส่งตัวแทนไปกรุงเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อล็อบบี้เรื่องการเสนอตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซี เพื่อให้ได้รับการยอมรับในทางสากล และบีบให้รัฐบาลไทยยอมรับสถานะของมารา ปาตานีด้วย เพราะท่าทีของไทยไม่เคยยอมรับสถานะของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐมาก่อน อนึ่ง โอไอซี หรือองค์การความร่วมมืออิสลาม มีสมาชิกเป็นชาติมุสลิม 57 รัฐ มีประเทศที่อยู่ในสถานะ “ผู้สังเกตการณ์” (observes) ของโอไอซีเพียง 5 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้มีมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ และไทยคือหนึ่งในนั้น ขณะที่ “กลุ่มประชาคมมุสลิม” หรือ Muslim Communities มีเพียงกลุ่มเดียว คือ “กลุ่มโมโร” หรือ เอ็มเอ็นแอลเอฟ (ใช้ชื่อย่อตามเว็บไซต์โอไอซี) ซึ่งต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐบาลฟิลิปปินส์มานานหลายสิบปีเพื่อแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศที่มีมุสลิมอยู่อย่างหนาแน่น...

Read More